RSS

ดวงชอบเพศเดียวกัน

 

 

 

94.ดวงรักเพศเดียวกัน

 

… ดวงชาย เกิดวันที่ ๒๕ ก.ค.๒๕๓๙ เวลา ๒๓.๕๕น.

… ชีวประวัติโดยย่อ …

… เป็นเด็กที่รักเพื่อนเชื่อเพื่อนมาก และมักจะเดือดร้อนจากเพื่อนเสมอมา ในเรื่องการเรียนตอบได้ว่าเรียนไม่

ค่อยเก่ง สอบตกอย่างน้อย ๕ วิชา พ่อและแม่แยกทางกัน แม่พูดอะไรไม่ค่อยจะรับฟัง รับคำแต่ไม่ปฏิบัติตาม

แต่ถ้าพ่อพูดอะไรรับฟังและทำตามในทันที เป็นเด็กที่ฝักใฝ่ในเพศชายด้วยกัน ส่วนเพศหญิงนั้นไม่เคยชำเลือง

มองเลย อนาคต ย่าจะรับไปอยู่ด้วยกัน …

 

 

… ที่ว่ารักเพื่อนเชื่อเพื่อน …

… ที่ราศีพฤษภ ภพสหัชชะ [ เพื่อน ] ดาว ๖ ได้ตำแหน่งเกษตร [ แน่แท้ ] … ดาว ๒ เจ้าเรือนภพ ปุตตะ [ รัก ] ไป

อยู่ราศีพฤศจิกภพศุภะ [ ฝักใฝ่ ] เล็งดาว ๖ เกษตรที่ภพสหัชชะ [ เพื่อน ] อีก …

… แปลออกมาได้ว่า … เป็นคนที่รักเพื่อนมาก เชื่อฟังและเอาใจใส่กับเพื่อนเสมอมา …

… แต่ที่เดือดร้อนกับเพื่อนเสมอมาเพราะ ดาว ๖ สหัชชะ ยังมีความหมายว่าเป็น มรณะ [ เดือดร้อน ] อีกด้วย …

ดังนั้นนอกจากรักเพื่อนเชื่อเพื่อนแล้ว ยังเดือดร้อนเพราะเพื่อนเสมอมาอีกด้วย …

 

… ที่ว่าเรียนไม่เก่ง และสอบตกหลายวิชาละ ! …

… ก็ไม่ยาก … ให้ตั้งภพกัมมะ [ งาน, การเรียน ] ที่ราศีธนูเป็นลัคนา ดูเรื่องราวของกัมมะ จะเห็นได้ว่าดาว ๕ โดน

… ดาว ๓ เจ้ารือนภพ ปุตตะ [ ความประมาท, การละเล่น, คึกคะนอง ] + ภพ วินาสน์ [ เกียจคร้าน, ขี้เกียจ , ] เล็ง …

… แปลว่า เจ้าชาตาเป็นเพราะห่วงเล่นจึงเกิดความเกียจคร้านขี้เกียจเรียนหนังสือ …

 … ดาว ๑ ศุภะ[ เอาใจใส่ ] ไปอยู่ราศีกรกฏภพมรณะ [ ไม่มี ] ดาว ๒ เจ้าเรือนไปอยู่ราศีพฤศจิกภพวินาสน์

[ เบื่อ , ระอา ] แถมยังเล็งดาว ๖ เจ้าเรือนภพ อริ [ ขัดข้อง ] + ภพลาภะ [ ต้องการ ] … ซึ่งเป็นเกษตร [ แน่ๆ ] ยืนยัน

อยู่ที่ราศีพฤษภภพอริ …

… ย้อนไปดูที่ราศีกันย์ภพกัมมะ [ การเรียน ] ก็ไปอยู่ภพมรณะกุมดาว ๑ เจ้าเรือนภพศุภะอีก …

๑ + ๔ = คู่วิชาการ หรือการศึกษาในวัยเด็ก ในเมื่ออยู่ภพมรณะจึงเป็นภาคปฏิเสธของการเรียนอย่างชัดเจน …

… ที่ว่า ๕ วิชาก็เพราะว่า … ที่ราศีธนู ตนุ + กัมมะ เกษตร เป็นอริกับดาว ๑+ ๔ …วิชาที่เรียนนั่นเอง …

… แปลว่า เจ้าชาตาขาดการเอาใจใส่ในการศึกษาเล่าเรียนในวัยเด็ก เพราะห่วงเล่นจึงเบื่อและไม่คิดจะเรียนหนังสือ

อย่างจริงจัง จึงทำให้สอบตกอยู่ ๕ วิชา …

 

72.ดวงชอบเพศเดียวกัน

 

… พ่อ แม่ แยกทางกัน ฟังคำพ่อ ไม่ฟังคำแม่ …

… ดาว ๓ ศุภะ [ พ่อ ] เป็นวินาสน์ [ แยกทาง ] กับดาว ๔ พันธุ [ แม่ ] … พ่อแม่แยกทางกัน …

… ดาว ๕ เจ้าชาตา เล็งดาว ๓ พ่อ ๓ + ๕ = คู่สมพล มีพลัง … เจ้าชาตาฟังคำพ่อ …

… ดาว ๔ แม่เป็นมรณะกับดาว ๕ เจ้าชาตา ส่วนดาว ๕ เจ้าชาตาเป็นอริกับดาว ๔ มารดา = ไม่ฟังคำแม่ …

 

… ส่วนที่ชอบผู้ชาย ไม่ชอบผู้หญิง และอนาคตจะไปอยู่กับ ย่า …

… ให้ดูไปที่ ดาว ๔ ปัตนิกุมอยู่กับดาว ๑ ชาย ตำแหน่งมหาจักร … ผู้ชายเด่น …

… ส่วนดาว ๒ สตรีมีตำแหน่งนิจ น้อยนิด … ทำให้ไม่มองหญิงใดๆเลย …

… ในเรื่องว่าอนาคตจะไปอยู่กับย่า …

… ให้ดูไปที่ราศีมิถุนภพพันธุ [ แม่ ] ดังนั้นราศีธนูก็ต้องเป็น ปัตนิ [ สามีแม่ ] … ตั้งราศีธนูเป็นลัคนาพ่อ

เราก็ดูไปที่ราศีมีนภพพันธุ [ แม่ของพ่อ = ย่า ] … พอถึงนี่เราก็ตั้งราศีมีนเป็นลัคนาของย่า ปรากฏว่าตนุ

… ของย่าไปอยู่ที่ราศีธนูภพกัมมะ [ แบกภาระ , หน้าที่ , กิจกรรม ] …แปลว่า ย่ามีภาระต้องดูแลใครที่

ราศีธนู … เราก็ย้อนไปลัคนาที่ ๑ ของเจ้าขาตาคือราศีมีน ตนุลัคน์ตัวที่ ๑ วิ่งไปอยู่ที่ราศีธนูลัคนาที่ ๒ 

… ดังนั้นคนที่ย่าต้องแบกภาระก็คือเจ้าชาตานั่นเอง …

 

001--130---logo-01

 

… วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ … สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในดวงชาตา ถ้ามีอยู่จริง พวกเรานักโหราศาสตร์ทุกคน

ย่อมจะต้องสามารถเจาะลึก ขุดค้น งัดขึ้นมาให้กระจ่าง อย่างสมเหตุและสมผลได้อย่างแน่นอน …

… สวัสดีครับ …

… อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม

 

 

ดวงวาสนา

 

01-ดวงวาสนาคุณพระคุ้มกันภัย-555

 

 

… ดวงวาสนา …

 

… ดวงวาสนาเป็นดวงมาตรฐานที่อำนวยโชควาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองและ

ประสบความสำเร็จสมหวัง สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงแข็งแรง ไม่ตกต่ำล่มจม

 “ดวงวาสนาเป็น ดวงแข็ง” ในที่นี้ความหมายจริงๆแล้ว

ไม่ใช่แข็งกระด้าง แต่แข็งกล้าและไม่อ่อนแอ เป็นดวงที่แสดงสมรรถภาพ

และประสิทธิภาพสูงเด่นมีความสามารถพิเศษ … 

… แต่ก็ต้องมีข้อแม้ว่า …

… ดาวที่ได้เป็นดางวาสนานั้นต้องไม่เป็นเจ้าเรือนภพ อริ มรณะ วินาสน์

และอยู่ในภพที่ดีและสัมพันธ์กับตนุลัคน์และลัคนาแค่ไหนอีกด้วย …

… ดวงวาสนาเป็นดวงท่าน อ.โหรในอดีตและในปัจจุบันได้จัดเรียงจาก

ตำแหน่งมาตราฐานของดวงดาว และความเป็นจริงที่เหมาะสมที่สุด …


  
                             … ต่อไปเป็นคำพยากรณ์ดังนี้ … 

 

… พยากรณ์ดาววาสนา …

อาทิตย์ สถิต พิจิก ท่านว่า สามารถปกครองบังคับบัญชากล้าหาญ

จันทร์เพ็ญในราศีพฤษภและกรกฎ ท่านว่า สามารถในเศรษฐกิจ การเงิน 

การบ้านเมือง …

อังคาร สถิต สิงห์ ท่านว่า สามารถบริหาร เป็นผู้นำ ชนะอุปสรรค

พุธ สถิต กรกฎและมกร ท่านว่า สามารถในการพูด การเขียน การทูต

พฤหัสบดี สถิต เมษ,พฤษภและตุล ท่านว่า สามารถทางธรรม ปรัชญา 

ร่ำรวยมาก …

ศุกร์ สถิต ธนู ท่านว่า สามารถวางแผนการไกล ดีเด่นการต่างประเทศ

เสาร์ สถิต ท่านว่า มิถุนและกันย์ สามารถประสานงานติดต่อสร้างสรรค์

มฤตยู สถิต กุมภ์ ท่านว่า สามารถประดิษฐ์คิดค้น เป็นผู้เชี่ยวชาญ

เนปจูน สถิต มีน ท่านว่า สามารถทางศิลปะการแสดง การสงเคราะห์

สำหรับราหูและเกตุไม่ใช่ดวงดาวที่มีรูปร่างลักษณะให้เห็นได้ ดังนั้นจึงไม่ได้นำมา

เข้าเกณฑ์ในราศีใดๆ ของดวงวาสนา หรือไม่มีโอกาสเป็นดวงวาสนา ส่วนพลูโต

เป็นดาวที่เพิ่งพบใหม่ และกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาค้นคว้ากันอยู่ ถ้าจะจัด

เข้าเป็นดวงวาสนาก็คงจะต้องกำหนดไว้ที่ราศีพิจิก ซึ่งพลูโตเป็นทั้งเกษตรและอุจ

 ยิ่งกว่านั้นถ้ามีองศา ๑๕ ด้วย ก็จะยิ่งทวีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเป็น

วรโคตมนวางค์อีกด้วย …

       

 

02-ดวงวาสนา

 

… เรามาเริ่มถอดรหัสจากดาว ๕ ที่ราศีเมษเป็นอันดับแรก …

… ดาว ๕ สถิตอยู่ที่ราศีเมษมีตำแหน่งเป็นราชาโชค…

… หมายถึง เป็นผู้มีวาสนา มีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน มีโอกาสดีๆในชีวิตสูง ประสบความสำเร็จ 

… ดาว ๕ อยู่ที่ราศีเมษซึ่งเป็นเรือนเกษตร [ เจ้าของ ] 

ของดาว ๓  = ดาว ๕ + ดาว ๓ ได้คู่สมพล … 

… หมายถึง มีพลังงานของชีวิตและมี กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ …


… ดาว ๓ หมายถึง กิจกรรม การกระทำ ความกระตือรือล้น 


… ดาว ๕ หมายถึง ความก้าวหน้าในชีวิต ความรุ่งเรืองในอนาคต


… รวมกันแปลได้ว่า …


… ชีวิตที่รุ่งเรืองและประสบกับความสำเร็จที่ก้าวหน้าในอนาคต

… ถ้านับจากราศีธนู ที่มีดาว ๕ เป็นเกษตร [ เจ้าของ ] …

… ตั้งเป็นลัคนา ดาว ๕ ที่อยู่ราศีเมษก็จะเป็นภพปุตตะ …  



 [ ความน่ายินดี การเอาใจใส่ สิ่งที่น่าเบิกบาน ]


… นับได้ว่าดาว ๕ ตำแหน่งราชาโชคนี้ดีเด่นขึ้นไปอีกจุดหนึ่ง …


… ถ้านับจากราศีมีน ที่มีดาว ๕ เป็นเกษตร [ เจ้าของ ] …


… ตั้งเป็นลัคนา ดาว ๕ ที่อยู่ที่ราศีเมษ ก็จะเป็นภพกฎุมภะ


 [ ทรัพย์  การเจรจา  การได้มา ]

…จึงจัดได้ว่า ดาว ๕ ในตำแหน่งราชาโชคนี้ดีขึ้นมาอีกจุดหนึ่ง …


… แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ราศีมีนเป็นภพวินาสน์ [ไม่คาดฝัน  ล้มเหลว  ซ่อนเร้น ] 

ของลัคนาโลกอีกด้วย ดังนั้นก็ถือได้ว่ายังมีส่วนเสียหายอยู่ด้วยอีก ๑ จุด 


… และถ้าจะให้ดีเลิศ  ก็ต้องไม่เป็นภพ อริ  มรณะ  วินาสน์ ในพื้นดวงชาตาของทั้ง 

๑๒ ราศี ในทุกคน …จึงจะสมบูรณ์และ สมจริงตามตำแหน่งราชาโขค … 

และเหมาะสม กับที่อยู่ในกลุ่ม ” ดาววาสนา” …

… ดาว ๕ สถิตอยู่ที่ราศีพฤษภมีตำแหน่งเป็นจุลจักร …
… ตำแหน่งจุลจักรหมายถึง …เชื่องช้า  อืดอาด ไม่มีเสน่ห์  อ่อนน้อมถ่อมตน

… ดาว ๕ อยุ่ที่ราศีพฤษภซึ่งเป็นเรือนเกษตร [ เจ้าของ ] …



ของดาว ๖ = ดาว ๕ + ดาว ๖


 ได้คู่ช่วยเหลือ … หมายถึง มีความสำเร็จในเรื่องการแสวงหาทรัพย์

… แปลจากความหมายของจุลจักร ได้ว่า การนอบน้อมถ่อมตนทำให้ผู้คนรัก


และมีคนช่วยเหลือ …

… ดาว ๕ [ ผล ] ความสามารถ   อนาคตข้างหน้า  ความสำเร็จ


… ดาว ๖  ทรัพย์สมบัติ  การได้มา  การแสวงหา 


… รวมกันแปลได้ว่า ผู้ที่จะอุดมไปด้วยทรัพย์สินเงินทองในกาลข้างหน้า 

… ถ้านับจากราศีมีน ทีมีดาว ๕ เป็นเกษตร [ เจ้าของ ] …

… ตั้งเป็นลัคนา ดาว ๕ ที่อยู่ราศีพฤษภก็จะเป็นภพสหัชชะ 


[ การติดต่อ สังคม  พี่น้อง ]

… นับได้ว่าดาว ๕ + ดาว ๖ นี้ดีเด่นในเรื่อง จะมีคนรักใคร่ห่วงใย และเอาใจใส่


เป็นอย่างดี…และที่ราศีพฤษภยังเป็นภพ กฎุมภะ [ ทรัพย์ เจรจา ]

 ของลัคนาโลก…

… เมื่อรวมความหมายต่างๆเข้าด้วยกัน ก็จัดว่าตำแหน่งดาว ๕ อยู่ที่ราศีพฤษภนี้


 ก็ยังให้คุณอยู่มาก…และต้องไม่ลืมว่า ต้องไม่เป็น ภพอริ  ภพมรณะและ

ภพ วินาสน์ด้วย…จึงจะให้คุณจริง …



… ดาว ๕ อยู่ที่ราศีตุลย์มีตำแหน่งเป็นเทวีโชค …

… ตำแหน่งเทวีโชคหมายถึง … มีเสน่ห์ในการดึงดูด เป็นที่นิยมแต่จะด้อยกว่า

ดวงราชาโชคอยู่เล็กน้อย …

… ยังมีความหมายอื่นอีกว่า …ได้ดีเพราะคู่  มีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน มีความอ่อนหวาน

… ตัวอย่างเช่น คนที่ด้อยตระกูล หรือตกต่ำ กลับได้แต่งงานกับคู่ผู้สูงศักดิ์ 

อย่างเหลือเชื่อ …

… ดาว ๕ อยู่ที่ราศีตุลย์ซึ่งเป็นเกษตร [เจ้าของ ] ของดาว ๖ = ดาว ๕ + ดาว ๖ 

ได้คู่เกื้อกูล …

… หมายถึง คนรักผู้สูงศักดิ์  อนาคตที่สดใส  การส่งเสริมจากคู่ครอง …

… แปลว่า เป็นคนที่ี…แม้ชาติกำเนิดจะต่ำต้อยแต่ก็จะได้คู่ที่มีฐานะสูงส่ง …

… ถ้านับไปที่ราศีธนู ที่มีดาว ๕ เป็นเกษตร [เจ้าของ ]

… ตั้งให้เป็นลัคนา ดาว ๕ ที่ราศีตุลย์ ก็จะเป็นภพลาภะ [ โชค ลาภผล ความหวัง ]

… นับได้ว่า ดาว ๕ + ดาว ๖ จะดีเด่นเรื่อง คู่ครอง ๕+๑=๙ [เทวดา ] เทพอุ้มสม…

… และที่ราศีตุลย์ยังเป็นภพ ปัตนิ [ คู่ครอง ] ของลัคนาโลก …

… แปลว่า จะได้ดีเพราะมีคู่อุปถัมภ์ค้ำจุนช่วยเหลือ …

… และก็ต้องไม่เป็นภพ อริ มรณะ วินาสน์ กับลัคนา ถึงจะให้คุณอย่างแท้จริง …

 

 

03-ดวงวาสนา-วงกลมเครื่องประดับ

 

 

… คราวนี้เรามาดูกันที่ดาว ๖ ตกลงได้ตำแหน่ง มหาจักร …



… หมายถึงความผาดโผน พลิกแพลง  ผิดคาด การก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ 


รุ่งเรืองในหน้าที่การงาน …


… ๖ เป็นมหาจักรให้คุณทาง ทำให้มีฐานะดี ร่ำรวย มีคุณธรรมสูง …


… ๖ อยู่เรือน ๕ = ได้คู่เกื้อกูล, เงินย่อย เงินใหญ่ …


… ที่ตำราว่า สามารถวางแผนการไกล ดีเด่นการต่างประเทศ


… ก็เพราะว่า ๖ อยู่ราศีธนูภพศุภะของลัคนาโลกนั่นเอง …




… ส่วนดาว ๑ อยู่ราศีพฤศจิก เรือน ดาว ๓ = ๑ + ๓ …


ได้คู่ทะเยอทะยาน ฟันฝ่าจนได้ดีมีเกียรติ์ ๑ = ยศศักดิ์ ๓ = ทหาร,ตำรวจ


หมายถึงนายพล … บุรุษที่เข้มแข็ง …


… จึงเป็นตามตำราว่า … สามารถปกครองบังคับบัญชากล้าหาญ



… ดาว ๓ อยู่ราศีสิงห์ เรือนดาว ๑ = ๓ + ๑ …


เหมือนกันกับ ๑ + ๓ แต่เน้นที่ว่า ความขยันขันแข็ง ไม่ย่อท้อ


ทำให้ได้เป็นบุคคลที่สำคัญต่อบ้านเมืองในที่สุด …


… ตามตำราท่านว่า … สามารถบริหาร เป็นผู้นำ ชนะอุปสรรค



… ดาว ๔ อยู่ราศีกรกฏ เรือนดาว ๒ = ๔ + ๒ …


ได้คู่มิตร สนิทชิดเชื้อ …


… ดาว ๔ อยู่ราศีมังกร เรือนดาว ๗ ได้คู่สมพล


๔ หมายถึง พูด ขีดเขียน ส่งเสียง เจรจา 


๗ หมายถึง ทางไกล ต่างประเทศ ถนนหนทาง


… ตำราจึงกล่าวว่า มีความสามารถในการพูด การเขียน การทูต ฯ 



… ดาว ๗ อยู่ราศีกันย์ได้ตำแหน่ง อุจจาวิลาศ


ให้คุณในทางมีความขยัน หมั่นเพียร รู้จักเก็บออมทรัพย์สิน 


จะดีเด่นและมั่งคั่งในบั้นปลายของชีวิต …


… อยู่เรือนดาว ๔ ได้คู่สมพล …


         … ดาว ๔ ที่ราศีกันย์เป็นภพอริ [ ขยัน, บากบั่น ] ของลัคนาโลก


… ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนภพกัมมะ [ ภาระ, หน้าที่, กิจกรรม ] 


         … ของลัคนาโลก ดังนั้น ๗ + ๔ = มีมานะอดทนในหน้าที่การงาน 





… ดาว ๗ อยู่ราศีมิถุนไม่มีตำแหน่ง แต่อยู่เรือนดาว ๔


ได้คู่สมพล – มีพลังอีก ๗ + ๔ เช่นกัน …



… ดาว ๐ อยู่กุมเป็นเกษตร … เป็นเรื่องดีเยี่ยม …


… มักจะเป็นนักปฏิวัติ ปฏิรูป ค้นคว้า นักโหราศาสตร์


… แตกฉานในวิชาเฉพาะตัว


… ตำราท่านจึงว่า สามารถประดิษฐ์คิดค้น เป็นผู้เชี่ยวชาญ …



… เนปจูนที่ราศีมีนเป็นเกษตรเช่นกัน …


… มักจะพัวพันอยู่ในสังคม วงการศิลปินต่างๆ มีความลึกซึ้ง


ในวิชาแขนงต่างๆ …


…  ตำราท่านจึงว่า มีความสามารถทางศิลปะการแสดง การสงเคราะห์ …


… ส่วน ๒ อยู่พฤษภ เป็นอุจจ์ ๒ อยู่กรกฏเป็นเกษตร 


… ตำราท่านว่า สามารถในเศรษฐกิจ การเงิน 

… การบ้านการเมือง … [ ไม่ได้ลงดาว ๒ ไว้ ] …

 

 

rajax-อ.ธนเทพ-ปฏิพิมพาคม

 

 

… เรื่อง ” ดาววาสนา ” นี้ลองค้นคว้ากันดูให้ละเอียดขึ้นนะครับ …



… สวัสดี …


… อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม …

เขียนโดย เอ็กซ์ กีต้าร์โหร ที่ 21:45

 

การนับลัคนาตามลำดับ

 

 

 

 … พ่อปู่ฤาษี …                             … พ่อพิเภก …

 

… อย่างที่เคยเกริ่นบอกไปแล้วว่า … ลัคนาคือบ้าน ดังนั้นมนุษย์เราสามารถมีบ้านได้หลายหลัง แล้วแต่พื้นดวงชาตาที่ถูกกำหนดขึ้นมา …
บางดวงชาตาก็มี ลัคนาเดียวเพราะตนุลัคน์เป็นเกษตร บางดวงชาตามีลัคนาที่ ๒ – ๓ – ๔ – ๕ ไปเรื่อยเท่าที่ตนุลัคน์สามารถวิ่งไปได้ ก็จะเพิ่มลัคนาขึ้นมา 
ตามอัตโนมัติ …ความสำคัญของเจ้าชาตาก็ต้องเน้นที่ลัคนาแรก ส่วนลัคนาที่ ๒ – ๓ – ๔ – ๕ ก็อ่อนลงไปตามส่วน …
 
… ดวงด้านล่างนี้ลัคนามีทั้งหมด ๖ ลัคนา เริ่มจากดาว ๒ ตนุลัคน์ตัวที่ ๑ ไปอยู่ที่ราศีมีน นับราศีมีนเป็นลัคนาที่ ๒ ดาว ๕ เจ้าเรือนวิ่งไปอยู่ที่ราศี
พฤศจิก ตั้งราศีพฤศจิกเป็นลัคนาที่ ๓ ดาว ๓ เจ้าเรือนไปอยู่ที่ราศีมิถุน นับราศีมิถุนเป็นลัคนาที่ ๔ ดาว ๔ เจ้าเรือนไปอยู่ที่ราศีกุมภ์ นับราศีกุมภ์เป็น
ลัคนาที่ ๕ ราหูเจ้าเรือนไปอยู่ที่ราศีกันย์ ตั้งราศีกันย์เป็นลัคนาที่ ๖ [ ตนุลัคน์มี ๕ ดวงคือ ดาว ๒ ๕ ๓ ๔ ๘ ] 
 
…ดังนั้นพฤติกรรม นิสัย ครรลองชีวิต ก็จะเป็นไปตามลัคนา เช่น …
…ลัคนาที่ ๑ ราศีกรกฏ ทำให้เป็นคนรักบ้าน รักครอบครัว อ่อนหวาน ฯ
…ลัคนาที่ ๒ ราศีมีน ใจน้อย เก็บความลับ รักคุด แอบร้องไห้คนเดียว ฯ
…ลัคนาที่ ๓ ราศีพฤศจิก ขี้ระแวง นักสู้ ใจนักเลง พลิกแพลง รอบรู้ ฯ
…ลัคนาที่ ๔ ราศีมิถุน รักเพื่อน ทำงานหลายอย่าง มีคู่ซ้อนกัน ฯ
…ลัคนาที่ ๕ ราศีกุมภ์ ขี้ลืม โลภ ใจใหญ่ใจโต กล้าได้กล้าเสีย ฯ
…ลัคนาที่ ๖ ราศีกันย์ ชอบบริการ ขยันขันแข็ง อดทน ละเอียด พิถีพิถัน ฯ

 

…หญิง ๗ เม.ย.๒๕๐๒ เวลา ๑๓.๐๐ น.

 

… ตามประวัติ เป็นคนรักครอบครัว [ ดาว ๒ ] บุตรสาวคนโตสร้างปัญหาให้โดยตลอด มีคู่พอมีลูกก็เลิกกันแล้วก็มีใหม่พอมีลูกออกมาอีกก็เลิกกันวนเวียน
อยู่แบบนี้ไม่หยุดหย่อน ใครเป็นภาระเลี้ยงลูกตัวเองละ? ก็แม่ตัวเองยังไงละ …เจ้าชาตามีบ้านของตัวเองอยู่หลายหลังซื้อมาแล้วก็ขายไปอะไรทำนองนี้แหละ ดาว ๒ [ ใจ ]ตนุไปกุมดาว ๑ [ ร้อน ] …แปลว่าเจ้าชาตาเป็นคนใจร้อน หรือร้อนใจ ทีนี้เรามาดูว่า ๒ [ ตนุ ] + ๑ [ ได้มา ] อยู่ภพศุภะ [สุขภาพจิต ] เรือนดาว ๕ ซึ่งก็เป็นภพอริ [ ปัญหา ] อีกด้วย …
… ดาว ๕ เจ้าเรือนภพอริไปอญุ่ภพปุตตะ [ บุตร หญิง] เพราะเพศหญิงนับจากลัคนาที่กรกฏกับราศีสิงห์เป็นหญิง นับต่อมาที่กันย์และตุลย์เป็นเพศชาย …
นับต่อมาที่ราศีพฤศจิกและธนูเป็นเพศหญิง ดังนั้นดาว ๕ มาจากเพศหญิง 100% …ดูต่อไปดาว ๓ เจ้าเรือนภพปุตตะไปอยู่ราศีมิถุนภพวินาสน์ [เดือดร้อน ]
… แสดงว่าดวงชาตานี้เกิดความเดือดร้อนเพราะบุตรสาวของตนเองนั่นเอง …นี่คือผลจากลัคนาที่ ๑ …ราศีกรกฏ …
 
… คราวนี้เรามาดูที่ราศีมีน ลัคนาที่ ๒ …ที่ภพปุตตะมีดาว ๐ เจ้าเรือนภพวินาสน์ [ เดือดร้อน ] สถิตอยู่ ดาว ๒ เจ้าเรือนภพปุตตะไปอยู่ที่ราศีมีนลัคนาที่ ๒ กุมดาว ๑ เจ้าเรือนภพ อริ [ ปัญหา ] ๑ + ๒ = คู่ครัวเรือน แถมยังมีดาว ๖ เจ้าเรือนภพมรณะ [ จากไป ] มาอยู่ที่ราศีเมษเป็นศูนย์พาหะ [ นำทาง ] ดังนั้นแนวโน้ม
ของการทำนายก็ต้องแปลว่า บุตรสาวมีปัญหาเรื่องคู่ครองอยู่กันไม่ยืด [ ตั้งราศีกรกฏเป็นบุตรสาว ราศีมังกรเป็นปัตนิดาว ๗ เจ้าเรือนไปอยู่ที่ราศีธนูเป็นอริ ]
เท่ากับว่าลัคนาที่ ๑ และลัคนาที่ ๒ บุตรสาวเป็นตัวปัญหาให้เจ้าชาตา …
 
…ลองมาดูที่ราศีพฤศจิกลัคนาที่ ๓ กัน … ดาวเจ้าเรือนภพปุตตะคือดาว ๕ มากุมลัคน์ เจ้าเรือนลัคน์ดาว ๓ ไปอยู่ที่ราศีมิถุนภพมรณะ [ เดือดร้อน ,เสียหาย ] 
อ่านว่า ปุตตะ + ตนุ +มรณะ =บุตรสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าชาตา …
 
… ดูต่อที่ลัคนาที่ ๔ กันเลยดีกว่า …ดาว๖ เจ้าเรือนภพปุตตะและภพวินาสน์ เป็นประ [เหลวแหลก ] ไปอยู่ที่ราศีเมษ ตรีโกณกับดาว ๗ มรณะ ที่ราศีธนู …
คำแปลก็เข้าข่ายเดิมอีกคือ …บุตรสาวสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าชาตา …ดาว ๗ มรณะไปอยู่ที่ราศีพฤศจิกภพอริ ดาว ๓ เจ้าเรือนวิ่งไปอยู่มี่ราศีมิถุน
ลัคนาที่ ๔ เข้าอีก …เรื่องราวจึงเป็นดุจเดิมไม่ผิดเพี๊ยนกันออกไปเท่าไรนัก …
 
…ที่ลัตนาที่ ๕ ราศีกุมภ์…คร่าวๆนะครับ ภพปุตตะที่ราศีมิถุนและภพมรณะที่ราศีกันย์คือดาว ๔ ที่มาทับลัคนาที่ ๕ คำแปลก็เป็นดุจเดิมนั่นแหละในเรื่องบุตร …
 
…ส่วนลัคนาที่ ๖  ราศีกันย์ ดาว ๗ เจ้าเรือนภพปุตตะมาอยู่ที่ราศีธนูมีดาว ๓ เจ้าเรือนภพมรณะอยู่ที่ภพกัมมะ [ กรรม,ภาระ ] ราศีมิถุนเล็งมาเต็มๆเลยทีเดียว 
 
… ลัคนาที่ ๕ – ๖ ทำคร่าวๆไว้เพราะอยากให้นักศึกษาทุกคนได้ลองวิเคราะห์กันดูเองบ้างจะได้เกิดสมาธิและปัญญา จิตใส สะอาดในการทำนาย …
 
… ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นลัคนาที่ ๑ ถึง ลัคนาที่ ๖ ความหมายในเรื่องราวต่างๆจะต้องลงตัวและสมดุลย์กันเสมอ ครับ …
 

 

 

… สุดท้ายนี้ให้นักศึกษาหมั่นตรวจสอบลัคนา และตนุลัคน์ในดวงชาตาต่างๆให้มากขึ้นแล้วต่อไปก็จะเกิดหลักสูตรขึ้นมาใหม่จากตัวของพวกท่านขึ้นมาเองได้
 
… เรื่องราวในการทำดวงตัวอย่างให้ศึกษากันนี้ ผมก็ไม่ได้จัดเตรียมมาก่อน ดังนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าหลักการใดๆก็ตามที่มีมาตราฐาน เป็นหลักแล้วไซร้ …
 
… ผลที่ออกมาย่อมหนักแน่นและมีเหตุผลเสมอ …
 
… สวัสดีครับ …
 
… เขียนโดย อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม …
 

ความสำคัญของตนุลัคน์

97

… หลังจากที่ชีวิตของผมได้ผ่านวิกฤต สภาวะเสี่ียงภัย เสี่ยงตาย [ ๕ ก.ย.๒๕๕๖ ]  ก็ได้้เริ่มตระหนักความสำคัญในเรื่องของตนุลัคน์ขึ้นมาอย่างมากโข …
ดวงผมอ่านจากตนุลัคน์ได้ว่า ตนุ + อริ  + วินาสน์ + ปัตนิ + ปัตนิ …
 
… จากเรื่องจริง ที่เกิดขึ้น … อ่านได้ว่า ตัวเจ้าชาตา จะต้องประสบปัญหาในเรื่องโรคภัยอย่างไม่คาดคิดมาก่อน จังๆหน้า อย่างแน่นอน …
… และแล้วก็เป็นเรื่องจริงขึ้นมากล่าวคือ ผมไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าจะเป็นมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ ไม่มีอาการใดๆแสดงออกมาเลยว่าจะเป็น …แว็บนึงเข้ามาว่า …
เคยอ่านบทความของท่าน อ.ส.ไชยนันท์ เขียนไว้ว่า ดาว ๗ กุมเนปจูนอยู่ภพลาภะ [ ส่วนเกิน ] มีโอกาสเป็นมะเร็งได้สูง ดาว ๗ มีความหมายถึงลำไส้ใหญ่
โดยตรง ดาว ๓ ตนุ + อริ [ การผ่าตัด ] ไปอยู่ราศีตุลย์ภพวินาสน์ ทางกายวิภาคหมายถึงตำแหน่งท้องพอดี [ ผมโดนผ่าที่ท้องครับ ]  สาเหตุหลักคือเลือด
ออกมาจากทวารไม่หยุด [ ดาว ๓ หมายถึงเลือด ] … เย็บ ๑๘ เข็ม ดาว ๓ [ การผ่า ] กำลัง ๘  ดาว ๗ [ ลำไส้ใหญ่ ] กำลัง ๑๐ รวมกันพอดีเย็บ ๑๘ เข็ม …
ดาว ๓ หมายถึงรูทวาร มาอยู่ที่ราศีตุลย์ [ ท้อง ] ได้รับการทำทวารเทียมที่หน้าท้อง …ดาว ๓ ไปตรีโกณกับ ดาว ๓ = ๓ + ๐ = คู่ผ่าตัด …
 
… ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าดาว ตนุลัคน์มีบทบาทอย่างใหญ่หลวงในแต่ละดวงชาตา และตนุลัคน์มิใช่มีเพียงดวงเดียว แต่ถ้าหากสามารถวิ่งต่อไปได้ก็ต้องนับ
จำนวนตามลำดับ อย่างในดวงผมดาว ๓ ตนุลัตน์ไปอยู่ที่ราศีตุลย์ ก็นับดาว ๓  เป็นตนุลัคน์ตัวที่ ๑ อยู่เรือนดาว ๖ ก็นับดาว ๖ เป็นตนุลัคน์ตัวที่ ๒ … ดาว ๖ ไป
อยู่ที่ราศีพฤษภ เป็นเกษตรน่าจะหมดแล้ว แต่ถ้าดูตามระบบท่าน อ.พลูหลวงยังไม่หมดเจ้าเรือนราศีพฤษภคือราหู ไปอยู่ที่ราศีกุมภ์จึงนับเป็นตนุลัคน์ตัวที่ ๓ …
เป็นเกษตรที่ราศีกุมภ์ = ดาวตนุลัคน์ทั้งหมดมี ๓ ดวง …
 
… ทีนี้เรามาลองดูดาว ตนุลัคน์ในแต่ละตัวว่ามีบทบาทอย่างไรกับตัวเจ้าชาตาเอง …
ดาว ๓ ไปอยู่ภพวินาสน์ [ การจากถิ่น ] ตรีโกณกับดาว ๐ ที่ภพมรณะ [ไกลๆ ] และราหูในภพปุตตะ [ เยาว์วัย ] ดาว ๓ อยู่เรือนดาว ๖ [ ดนตรี ] … 
= ๓ +๖ = นักดนตรี ตกลงในวัยเด็กละอ่อนผมเล่นดนตรีครับตั้งแต่ ๑๒ ปี คือตั้งแต่ดาว ๓ ในดวงไปอยู่เรือนดาว ๖ นั่นแหละ …
 … นับ ๑ ปีที่ลัคนาราศีพฤศจิก นับ ๒ ปีที่ราศีธนู พอมาถึงราศีตุลย์ก็ ๑๒ ปีพอดีเริ่มหัดเล่นดนตรี พอนับไปถึงราศีกุมภ์ก็อายุ ๑๖ ปี เจอราหูภพพันธุ …
[  เดินทางต่างจังหวัด ] ก็ได้ …ออกไปผจญภัยเล่นดนตรีในแค๊มป์ทหารอเมริกันอู่ตะเภา …
 
… ดังนั้นตนุลัคน์จึงมี ๓ ตัวคือ …
 
 ๑. ดาว ๓ …นักสู้  นักผจญภัย  นักเลง
 ๒.ดาว ๖  … นักดนตรี  นักรัก รักศิลป – ศิลปิน
 ๓. ราหู     … พลัดพราก  จากถิ่น  เผชิญโชค
 
… จากที่ดูกันมาแล้วทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า ตนุลัคน์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง  ลัคนานั้นหมายถึงบ้าน แต่ตะหนุลัคน์นั้นหมายถึง …ตัวตนของเจ้าชาตา …
พฤติกรรมต่างๆของตัวเจ้าชาตาซึ่งจะเปลี่ยนไปตามตนุลัคน์ทั้งหลายที่มีไม่เท่ากันในแต่ละดวงชาตา บางดวงชาตาอาจจะมีตนุลัคน์ตัวเดียว บางดวง …
ชาตาอาจจะมีตนุลัคน์  ๒ – ๓ – ๔ หรือ ๕ ตัวแล้วแต่ว่าตนุลัคน์จะวิ่งไปได้กี่ตัว …จึงเป็นหลักโหรที่ควรจะต้องจดจำและเข้าใจกันให้แตกฉาน … อันดับแรก …
 

142

…แต่เก่าก่อนเริ่มแรกเดิมทีเคยอ่านออกมาว่า …

 
… ตนุ + อริ + วินาศ+ปัตนิ+ปัตนิ มีคำแปลออกมาได้ตามนี้…


๑. เจ้าชาตามักจากถิ่นฐานอยู่เนืองนิตย์ …


[ ย้ายไปเรื่อยไม่จบสิ้น ดาว ๓ ไปตรีโกณกับ ๐ [ ผจญภัย ] ๘ [ ต่างถิ่น ]


๒. เจ้าชาตาจะมักเดือดร้อนอยู่บ่อยๆเสมอ 
 
[ หมุนเงิน เพราะมีดาว ๕ – เงินเล็งอยู่ ]


๓.เจ้าชาตามักวุ่นวายในเรื่องคู่ครองอยู่เรื่อยๆไม่จบสิ้น…

[ พินทุบาท แต่คู่ต้องสวย น่ารัก แถมทำกับข้าวเก่งอีกด้วย เพราะดาว ๖ เป็นเกษตร ]


๔. เจ้าชาตามักจะต้องปวดหัวกับคนที่ทำงานร่วมกันเสมอมา …

[ ดาว ๑ กัมมะไปอยู่กับ ดาว ๖ พินทุบาท ดาว ๖ ปัตนิหมายถึงผู้ร่วมงาน ]


๕. เจ้าชาตาเวลาจะล้มอยู่แล้วแต่ก็ไม่ทันล้มมักลุกได้อยู่เสมอ

[ ดาว ๕ ราชาโชค เล็งดาว ๓ ตนุลัตน์ที่อยู่ภพวินาสน์ [ แย่ ] อยู่ คุ้มภัย ]


๖. เจ้าชาตามักแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างรวดเร็วและผ่านเสมอ …

[ ดาว ๓ ได้ตำแหน่งอุดมเกณฑ์อยู่ที่ธาตุลม รวดเร็ว มีไหวพริบ และปัญญา ]


๗.เจ้าชาตาอาจจะต้องเสียชีวิตแบบสบายๆไม่ทรมาร โดยโรคที่เกี่ยวกับลมฯลฯ

 [ เพราะเจ้าเรือนมรณะที่มิถุนเป็นธาตุลม และดาว ๓ ตนุลัคน์ก็อยู่ธาตุลมด้วย ]


๘. เจ้าชาตามักจะชอบช่วยเหลือมิตรสหาย และคนอื่นอยู่เรื่อยไปไม่เข็ดหลาบสักที …


[ ดาว ๑ กัมมะ [ ภาระ ]ไปอยู่เรือนปัตนิ [ พรรคพวก คนอื่น ] และเป็นเกษตร ]
 
 
๙. เมื่อเวลามีหนี้สินมักจะมีคนให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอๆ …

[ ตนุ + อริ แปลว่า ตนมีหนี้สิน วินาสน์ + ปัตนิ แต่หมดไปเพราะมีคนอื่นช่วยคลี่คลายให้ ] 
 

๑๐.เจ้าชาตาเป็นคนที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูงคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา …
 
[๙ หมายถึงเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังมีดาว ๑ หมายถึงยศศักดิ์ เล็งมาที่ ๙ อีก ๑ [ ร่างกาย ] + ๙ [ พิเศษสุด ]แปลว่ากายทิพย์ กุมลัคนาอยู่ ]
 
 
… ที่เขียนมาทั้ง ๑๐ ข้อนี้ทายดีๆทั้งนั้น เค๊าเรียกว่า ทำนายเข้าข้างตัวเอง นี่คือสิ่งที่นักโหราศาสตร์ทุกคนควรที่จะต้องจดจำไว้เป็นบทเรียน …
161
 
 … สวัสดีครับ …
 
… เขียนโดย อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม …
 

ทักษาพยากรณ์เป็นเช่นไรหรือ?

 

… เริ่มแรกเดิมที ที่ผมได้ศึกษาโหราศาสตร์ในระยะแรกๆนั้น ก็ได้ศึกษาในด้านทักษาพยากรณ์ด้วย …
… ในตอนแรกๆก็รู้สึกดีกับระบบทักษา ดูง่ายไม่ยุ่งยาก หาอายุเสวย – อายุแทรก ได้ก็พยากรณ์ ไปตามนั้นเลย เช่น บริวารเดิมเป็นศรีจรแปลว่า …
… ปีนี้บริวารจะให้คุณ… ศรีเดิมเป็นกาลีจร ทายว่า ปีนี้การเงินจะมีปัญหาเดือดร้อนแน่นอน อะไรทำนองนี้ …แต่พอบางครั้งไปอ่านดวงชาตาบางดวง …
ศรีจรมาทับลัคน์ น่าจะเฮง กลับมีเรื่องมีราวเดือดร้อน วุ่นวายไปหมด …แต่บางดวงชาตา กาลีจรมาทับลัคน์ น่าจะเกิดปัญหาเดือดร้อน แต่กลับสอบชิงทุนได้ไปเมืองนอก  ถูกหวยบ้าง  เลื่อนตำแหน่งบ้าง ฯ เป็นแบบนี้เยอะมาก จนผมเลยรู้สึกลังเลในการที่จะใช้ทักษาแต่ในส่วนตัวผมว่า ทักษาน่าจะใช้กับพื้นดวงชาตาเดิม จะสอดคล้องขึ้น มีสีสันหรือมีคำแปลได้มากขึ้น  การใช้ทักษาเปรียบเสมือน น้ำพริกใส่แมงดา จะทำให้มีรสชาดขึ้น แต่คนทั่วไปอาจจะไม่ชอบกินแมงดาเลยก็เป็นได้ … แล้วเผอิญผมได้ข้อคิดจากท่าน อ.พลูหลวงท่านได้กล่าวไว้ว่า … ระบบทักษาผมไม่ได้ดูถูกหรือไม่เคารพ แต่ผมจะเก็บระบบทักษาเอาไว้บนหิ้งพระเอาไว้บูชาเท่านั้น …

… สรุปผมว่าใครอยากจะใช้ทักษาหรือไม่ใช้ทักษาก็ไม่ผิดกฏเกณฑ์ เล่นกันไปตามถนัดหรือเล่นกันตามแนวทางเดิมกันไปเถอะ ครับ ผมว่าก็น่าจะโอเคอยู่ …
… แต่ว่าก็ว่า อ.บางท่านเล่นทักษาได้แนบเนียน มีรสชาด น่าทึ่ง เช่น อ. อรุณ ลำเพ็ญ  อ.ระวี ก้องวงศ์   อ.เชียร บางบอนเป็นต้น ท่านเหล่านี้มีลีลาการทำนายในระบบทักษาได้นุ่มนวล มีชีวิตชีวาได้อย่างน่าอัศจรรย์ …

 

 

… ไหนๆก็ไหนๆ พูดถึงทักษากันแล้วผมจะอธิบายกำลังดาวตามโหรโบราณที่ได้สั่งสอนสืบต่อกันมา …

… ดาว ๑ กำลัง 6 …
… ดาว ๓ กำลัง 8 …
… ดาว ๗ กำลัง 10 …
… ราหู กำลัง 12 …
… ให้ตั้งต้นนับจากทิศใต้ที่ดาว ๔ อยู่ นับเริ่มจากดาว ๔ ตามนาฬิกามาเป็น 1 นับไปที่ดาว ๗ เป็น 2 -3-4-5-เป็น 6 ที่ดาว ๑  = ดาว ๑ กำลัง 6 …
… นับต่อไปที่ดาว ๒ เป็น 7 นับต่อไปถึงดาว ๓ เป็น 8 = ดาว ๓ กำลัง 8 …
… นับต่อไปที่ดาว ๔ เป็น 9 นับต่อไปที่ดาว ๗ เป็น 10 = ดาว ๗ กำลัง 10 …
…นับต่อไปที่ดาว ๕ เป็น 11 นับต่อไปที่ราหูเป็น 12 = ราหู กำลัง 12 …
… โปรดสังเกตุว่าเป็นกำลังจากดาว บาปเคราะห์ทั้งสิ้นจากวงรอบนอกเริ่มจากดาว ๑ แล้วก็มาดาว ๓ และก็มาดาว ๗ แล้วก็มาราหู …

 

 

… ต่อไปจะเป็นดาว ศุภเคราะห์ทั้งหมดมีดังนี้ …

… ดาว ๒ กำลัง 15 …
… ดาว ๔ กำลัง 17 …
… ดาว ๕ กำลัง 19 …
… ดาว๖ กำลัง 21 …

… ตอนนี้จะมาเข้ารอบวงในคือดาว ๒ … ให้นับต่อจากราหู 12 ไปที่ดาว ๖ เป็น 13 นับไปที่ดาว ๑ เป็น 14 พอนับไปถึงดาว ๒ ก็ได้เป็น 15 …
= ดาว ๒ กำลัง 15 … นับต่อไปที่ดาว ๓ เป็น 16 และนับต่อไปที่ดาว ๔ เป็น 17 ดังนั้น ดาว ๔ =  กำลัง 17 …
… นับต่อไปที่ดาว ๗ เป็น 18 นับต่อไปที่ดาว ๕ เป็น 19 ดังนั้น ดาว ๕ = กำลัง 19 …
… นับต่อไปที่ราหู เป็น 20 นับต่อไปที่ดาว ๖ เป็น 21 ดังนั้นดาว ๖ = กำลัง 21 …

… ทั้งหมดที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือที่มาของกำลังดวงดาวต่างๆ …

 

… ทักษาวัยเกษตรเรือนเดียว …

 

 

… ตามระบบทักษาก็มีดีเด่นได้ในบางเรื่อง ทำให้มีตัวเสริมในการทำนายเพิ่มขึ้น แต่ไม่ควรทำนายจร เพราะอาจพลาดพลั้งตกม้าตายได้ …

… สวัสดีครับ …

… เขียนโดย อ.ธนเทพ ปฏิพมพาคม …
วิธีนับวัยระบบ อ.พลูหลวง + ทักษาวัยระบบใหม่

 

ในช่วงนาทีวิกฤตของชีวิต

 

          ดาวจรวันที่่ ๕ ก.ย.๒๕๕๖


…เมื่อวันที่ ๓ ก.ย. ๒๕๕๖ ช่วงหัวค่ำ ก่อนกินอาหารเย็น ผมรู้สึกปวดท้อง จึงเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายในระหว่างปลดทุกข์อยู่นั้น สังหรณ์ใจก้มลงไปดูอุจจาระปรากฎว่ามีเลือดปนอยุ่พอสมควร ในตอนนั้น…ก็ยังไม่คิดอะไรนัก เพราะคิดว่าอาจจะเป็นริดสีดวงทวารกลับมาเรียกถาม หาเท่านั้น…ก็ไม่ได้ติดใจอะไรกลับออกมาไปกินข้าวเย็นตามปกติ…พอกินอาหารเสร็จสิ้นสักครู่ รู้สึกปวดท้องขึ้นมาอีก จึงรีบวิ่งไปที่…ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว แต่เกือบไม่ทัน…พอถอดกางเกงเสร็จ อุจจาระพุ่งออกมาเป็นลิ่มๆอยู่จำนวนมากพอสมควร เริ่มรู้สึกผิดปกติขึ้นมาบ้าง ออกจากห้องน้ำแป๊บเดียวก็ปวดท้องอีก
เป็นครั้งที่ ๓ เข้าห้องน้ำเที่ยวนี้ถ่ายออกมามีแต่เลือดล้วนๆเป็นจำนวนมากโขอยู่…


…พอมาเที่ยวนี้ผมไม่รอช้ารีบเรียกลูกชาย [ภู ] ให้รีบสตาร์ท รถพี่เขียวอย่างรวดเร็วพลางกล่าวว่า…
” พาพ่อไป ร.พ.ด่วนภู” พอพูดเสร็จก็มีอาการหน้ามืด ใจหวิวๆ รีบร้องขอยาหไอม และยาดมกับกิ่งฟ้า[ภรรยา ] ในทันทีอย่างมีสติ….พอได้กินยาหอมและดมยาดมก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาอีกมาก สามารถก้าวขึ้นรถได้โดยไม่ต้องมีคนประคอง…เมื่อไปถึง ร.พ.หัวหิน รีบตรงเข้าไปห้องฉุกเฉินในทันที…
พบหมอ ไบรท์ [ รู้จักสนิทกันในตอนหลัง ] เข้าเวรอยู่รับเรื่องกับหมอ บอย [ รู้จักตอนหลังเหมือนกัน]
น่าแปลก พอมาถึง ร.พ.หัวหินเข้าจริงๆ อาการต่างๆกับปกติไม่มีอาการปวดท้องใดๆปรากฎขึ้นอีก…


…หมอรอดูอาการอยู่ ๒-๓ ช.ม.จึงจัดส่งคนใข้คือผม นั่นเองไปที่ตึกศัลยกรรมชาย ชั้น ๕ รอดูอาการต่างๆอีกที… ตกลงวันนั้นวันอังคารที่ ๓ ก.ย.๒๕๕๖ ผมนอน ร.พ.เป็นคืนแรก ในวันที่ ๔ ก.ย.ต่อมาเวลาถ่ายก็มีเลือดออกมาพอสมควรยังไม่มากนัก หมอก็ยังเพ่งเล็งไปที่ว่าน่าจะเป็นริดสีดวงทวาร…
จึงจัดยาเช่น เพชรสังฆาต [มาให้กินอยู่หลายวัน ] พอมาถึงวันที่ ๕ ก.ย.๒๕๕๖ ช่วงตอนเย็นๆ…
[ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าตั้งแต่เข้า ร.พ.มาผมก็ใส่แพมเพิร์สมาโดยตลอดกันเลือดที่จะออกมาโดยไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้า…] 


…ผมก็รู้สึกว่าเลือดได้ออกมาเป็นลิ่มๆอีกโดย ไม่ยอมหยุดง่ายๆ ออกมาเรื่อยๆจนรู้สึกใจหวิวๆรู้สึกเพลิน และสบายตัวมากๆ ในตอนนั้นกิ่ง ได้เรียกหมอมาดูอาการอย่างใกล้ชิดผมในตอนนั้นได้ยินเสียงหมอไบรท์บอกว่า…เจ็บหน่อยนะ จะยัดเครื่องมือพ่นยาเข้าไปที่ทวาร…สิ้นเสียงหมอไบรท์ที่ตะโกนพูด ผมก้รู้สึกว่าเห็นแสงสว่างวูบวาบขึ้นมาสว่างจ้า…
ตัวเองไม่ได้รับรู้ความเจ็บปวดต่างๆอีกแล้ว แต่จิตกับไปอยู่ที่เตียงคนใข้อื่น ไปได้ยินคนใข้ทะเลาะกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว…ตอนนั้นผมคิดในดวงจิตว่า…ทะเลาะอะไรกัน ตรูจะตายอยู่รอมมะร่ออยู่แล้ว…เวรกรรม…


...พอคิดเสร็จจิตก็กลับมาที่เตียงของตนเอง ปรากฏว่าที่ตัวมีสายโยงยางเต็มไปหมดอาทิเช่น…
สายอ๊อกซิเจน สายน้ำเกลือ สายให้เลือด มองไปที่ตัวเองเห็นเลือดทะลักออกมาจากแพมเพิร์สออกมานองเตียงที่นอนอยู่…พยาบาลกำลังจะเปลี่ยนผ้าและเช็ดเลือดออก ทำความสะอาดเตียง ที่นอน ฯลฯ กิ่งมาเล่าตอนหลังว่าในตอนนั้นคิดว่าผมต้องจากเธอไปอย่างแน่นอน…


…ตอนนี้เรามาดูที่ดวงจรวันเกิดเหตุกัน…


…ดาว ๓ ตนุลัคน์ผมในดวงเดิมเป็นประ อ่อนแออยู่แล้ว ดาว ๓ จรอยู่ที่ราศีกรกฏภพ ศุภะ [สุขภาพ]
ได้ตำแหน่ง นิจจ์ อ่อนแอเบิ้ลเข้าไปอีก  ทีนี้เรามาดูกันว่า ดาว ๓ มีความหมายถึง เลือด การกระตุ้น อวัยวะหมายถึง ทวารหนัก ดาว ๓ เดิมถูกดาว ๗ อุจจ์ [อย่างแรง ] จรกุมอยู่ที่ราศีตุลย์ภพ วินาสน์
[ ไม่คาดฝัน รวดเร็ว ไม่รู้ตัว ] ดาว ๗ เดิมอยู่ภพ ลาภะ [ ส่วนเกิน ] ตามตำราท่าน อ. ส.ไชยนันท์กล่าวไว้ว่า…ภพลาภะหมายถึงสิ่งที่งอกเงย ถ้ามีดาว ๗ อยู่ที่ภพนี้ มักจะเป็นเนื้องอก เนื้อร้าย …
มะเร็ง ความจริงข้อความนี้ผมเห็นมานานแล้ว แต่เชื่อมั่นว่าดาว ๓ ตนุลัคน์ผมในนวางศืเป็นอุจจ์สุดจะเข้มแข็งไร้เทียมทาน แต่ตัวเองลืมคิดไปว่า ดาว ๓ นอกจากเป็นตนุลัคน์แล้วยังเป็นเจ้าเรือนภพอริ [ โรคภัย ปัญหา อุปสรรค ] อีกด้วย…[ แบบนี้เขาเรียกว่าดูดีแบบเข้าข้างตัวเอง ] 


…ในวันเกิดเหตุ ผมดูดาว ๓ ดาว ๒ และดาว ๑ แล้วก็นึกขำว่าเข้าตำราโบราณดีแท้ 
กล่าวคือ…ดาว ๒ กุมอยู่กับดาว ๑ ซึ่งเป็นเกษตร [ เข้มแข็ง ] เท่ากับดาว ๒ คือภรรยา มาอยู่กับ ดาว ๑ เกษตร ก็คือสามีผู้เข้มแข็ง แต่ทว่าที่เรือนดาว ๒ มีดาว ๓ นิจจ์ [ชั่วร้าย ] 
ดาว ๓ ก็คือคู่ชู้ที่แอบซ่อนนั่นเอง [ ดาว ๓ นิจจ์อยู่เป็นวินาสน์กับดาว ๒ ] ในเมื่อดาว ๓ ได้แอบแฝงแบบนี้ มีหรือดาว ๑ เกษตร มีหรือจะไม่รู้ประสีประสาอะไร …ดังนั้นเท่ากับ…
ดาว ๓ หมายถึง ตนุลัคน์ [ตัวเรา ] + อริ [โรคภัย ] เลือด และทวารหนัก …
ดาว ๑ หมายถึง ร่างกาย กิจกรรม การกระทำ …
สมกับโคลงกลอนที่ว่า ๑ ผิด ๓ …อาทิตย์ผิดอังคาร …
๒+๓ หมายถึง คู่ชู้ …
๑+๒ หมายถึง คู่ผัวเมีย …


…สังเกตุในดวงเดิม ดาว ๕ ราชาโชค ที่คอยเล็งดูแล ดาว ๓ ประ เดิมนั้น ตอนนี้ดาว ๕ เดินอยู่ที่ราศีมิถุนภพมรณะ [เืดือดร้อน เจ็บหนัก ] เป็นวินาสน์กับดาว ๓ นิจจ์ที่โคจรอยู่ที่ราศีกรกฏภพศุภะ [ สุขภาพ ] เกตุจรไปทับเกตุเดิม เพิ่มความวุ่นวายขึ้นมาอีก ดาว ๒ จรก็กุมทับดาว ๒ ในดวงเดิม
ดาว ๖เจ้าเรือนภพวินาสน์ก็ไปกุม ดาว ๗ ในดวงเดิม เข้าตำรา ศุกร์กับเสาร์เป็นเสี้ยนศัตรูเข้าไปอีก…
ดาว ๔ เจ้าเรือนมรณะก็กุมดาว ๗เดิมอีกเหมือนกัน ได้คู่สมพลก้น่าจะดีอยู่บ้างแต่กลับให้โทษ…เพราะดาว ๗ จรอยู่ที่ภพวินาสน์ลัคน์ ทับดาว ๓ ประเดิม ให้โทษ 100 %แถมยังมีดาว ๐ จรอยุ่ที่ราศีมีนภพ ปุตตะ [การเกิด ] เล็งดาว ๔ และดาว ๖ ที่กำลังพูดถึงอย๋พอดี…ไม่รอด…


…สรุปผมเป็นมะเร็งลำใส้ใหญ่ ต้องมีการผ่าตัด…ซึ่งการผ่าตัดก็เกิดขึ้นวันที่ ๑ ต.ค.๒๕๕๖ …
ในวันนั้นดาว ๓ อยู่ที่ราศีกรกฏโอบหลังดาว ๒ ที่ราศีสิงห์ มีดาว ๑ โอบหน้าอยู่ที่ราศีกันย์เข้าตำราเหมือนเดิมทุกประการ …เป็นอุทาหรณ์ว่าโหราจารย์ทุกท่านเวลาดูดวงตัวเองอย่าเข้าข้างตัวเองเหมือนผมเป็นอันขาด…นับว่าเป็นบทเรียนที่สุดแสนจะประเสริฐจริงๆครับ…


…พบกันใน อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม โหราศาสตร์ไทย บทเรียน+บทความตามลิงค์ด้านล่างกันได้เลยนะครับ…
 
 

กายวิภาคในโหราศาสตร์

 

…จากบทเรียนของท่าน อ. ส.ไชยนันท์…

…ในโหราศาสตร์ได้จัดให้ราศีต่างๆแบ่งส่วนของคนเราเอาไว้ด้วยเริ่มตั้งแต่ราศีเมษจนถึงราศีมีน
โดยแบ่งส่วนของร่างกายไว้ตามราศีทุกราศีจนครบ ๑๒ ราศี ราศีเมษเริ่มที่ศรีษะ และไปหมดเอาที่
เท้าตรงกับราศีมีน ดั่งรูปภาพที่แสดงมาแล้วนี้…

…เพื่อประโยชน์ในการพยากรณ์ ส่วนของโรคภัยไข้เจ็บ หรือส่วนที่ชำรุดของร่างกายคนเราที่มีส่วนสัมพันธ์กับราศี เช่นลัคนาอยู่ราศีเมษ เจ้าชาตามักจะมีไฝ ปาน แผลเป็นที่บริเวณใบหน้าหรือ ศรีษะ
ลัคนาอยู่ราศีพฤษภ จะมีไฝที่บริเวณคอเป็นต้น…

…ผมขอเสริมเพิ่มเติมรายละเอียดบางส่วน…

…หรือแม้กระทั่งว่าถ้ามีดาวบาปเคราะห์มากุมอยู่ที่ราศีใดราศีหนึ่งก็จะเิกิดโรคร้ายตามความหมาย
ของกายวิภาคตามราศี และจะเกิดโทษจากโรคต่างๆ ตามความหมายของดวงดาวนั้นๆ อีกด้วย…

…ต่อไปนี้จะบอกถึงอวัยวะส่วนต่างๆ ทั้ง ๑๒ ราศี… 

…ข้อมูลจาก ท่าน  อ. พลูหลวง…

…ราศีเมษ…      บริเวณอวัยวะทั้งหมดของศรีษะ
…ราศีพฤษภ… คอ คอหอย
…ราศีเมถุน…   ไหล่ แขน สบัก
…ราศีกรกฏ…   เต้านม หน้าอก
…ราศีสิงห์…     หัวใจและหลัง
…ราศีกันย์…    ท้องเหนือสะดือ กระเพาะอาหาร
…ราศีตุลย์…     ท้องใต้สะดือ ลำไส้
…ราศีพิจิก…     อวัยวะเพศ สะโพก ทวารหนักและเบา

...ราศีธนู…         ขาอ่อน
...ราศีมังกร…      หัวเข่า
...ราศีกุมภ์…       น่อง หน้าแข้ง
…ราศีมีน…         เท้า ข้อเท้า

…ดวงตัวอย่าง…จากบทเรียนของ ท่าน อ.ส.ไชยนันท์ …

…บาปเคราะห์บีบ ชีวิตไม่ปรกติ…

…ชาย เกิด ๒๘ เม.ย. ๒๔๗๗ เวลา ๐๖.๐๐ น.


… ๑ . อาทิตย์ อังคาร มฤตยู กุมลัคน์
อาทิตย์       หัวใจ
อังคาร        สมอง
มฤตยู         ความตึงเครียด กระทันหัน ทันที

…อาทิตย์ อังคาร มฤตยู เส้นโลหิตคั่งในสมอง กระทันหัน…
…หรือความดันโลหิตขึ้นสูง ถึงแก่กรรมทันที…

…๒. เนปจูน บาปเคราะห์เล็งเสาร์  ทำให้เสาร์มีพลังเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า
…เสาร์ส่งความรุนแรง เดือดร้อนให้แก่ อาทิตย์ อังคาร มฤตยู อีก ๓ ดวงด้วยกัน
…และรวมทั้เสร์อีก ๑ ดวง เนปจูนอีก ๑ ดวง รวมเป็น ๕ ดวง …
…จึงเท่ากับมีบาปเคราะห์บีบลัคน์ถึง ๕ รายการด้วยกัน หรือ ๕ เท่า…
…ยังมีเกตุ ราหู บาปเคราะห์ทำมุมจตุโกณกับลัคน์…

…ดวงชาตานี้ ถูกบีบด้วยบาปเคราะห์ถึง ๗ ดวงด้วยกัน…
…คนที่ถึงแก่กรรมปัจจุบันทันด่วน มีั อังคารเจ้าเรือนมรณะ และมฤตยูกุมลัคน์
…เสาร์ให้อิทธิพลร้ายแก่อาทิตย์ด้วย…

…ผมขออธิบายเสริมเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น…


…ดาว ๗ มีกำลังส่งเฉพาะตัว คือ กำลัง ๓ และกำลัง ๑๐
…จากราศีกุมภ์ที่ดาว ๗ สถิตอยู่ นับเป็น ๑ นับ ๒ ที่ราศีมีน นับ ๓ ที่ราศีเมษ
…ที่ดาว ๓ เป็นเกษตร [ แน่นแฟ้น ] เท่ากับ ดาว ๗ ส่งกำลัง ๓ ได้เต็มที่…
…จากที่ดาว ๗ อยู่นับถอยหลังไปที่ราศีมังกรเป็น ๑๒ นับต่อไปที่ราศีธนูเป็น ๑๑
…นับต่อไปอีกที่ราศีพฤศจิก เป็น ๑๐ เป็นเรือนเกษตรของดาว ๓ ภพมรณะ…
…[ การตาย ] เท่ากับดาว ๓ โดนกำลัง ๓ และ ๑๐ ของดาว ๗ ทั้งขึ้นทั้งล่องเลย…

…ดาว ๑ + ๓ = คู่ศัตรู คู่ผ่าตัด
…ดาว ๖ กับดาว ๗ คู่ศัตรูก็อยู่เรือนของดาวมฤตยูอีกด้วย ทำให้โดนกระตุ้นไปด้วย
…ที่ราศีมีนภพวินาสน์ [ ล้มเหลว ] ดาว ๔ สมองอีกตัวก็โดน ๑๓๐ บีบหน้า และโดน
…๖๗ บีบหลัง และดูไปที่ราศีกันย์ภพอริ [โรคภัย ] ยังโดนดาวเนปจูน เจ้าเรือนภพ
…วินาสน์เล็งเล็ง [ ดาวนับเป็น ๗ ต่อกัน ] มาที่ดาว ๔ อีกขั้นตอนหนึ่ง…

...สรุปว่าโรคภัยเกิดขึ้นที่ราศีเมษ …

…บริเวณอวัยวะทั้งหมดของศรีษะ ตามกายวิภาค…

…พบกันใหม่ในบทเรียน + บทความต่อไปกันนะครับ…สวัสดี…

…ไปศึกษาบทเรียน ดวงชาตาต่างๆได้ที่…

http://tanatepastrol.blogspot.com/ ได้นะครับ…